บัญชีผู้ใช้

รหัสผ่าน



ต้องการเป็นสมาชิก
คลิกที่นี่เพื่อสมัครสมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
ขอรหัสผ่านใหม่.

สุ่มภาพจากอัลบั้มภาพ



นำเสนองานผลิตภัณฑ์กะปิอนามัยกระซ้าขาว ณ วชช.สตูล 13-17 สิงหาคม 2556

komde
» ทดสอบเขียนเว็บบล๊อกครับ
admin
» เริ่มต้นการเขียนบล๊อก
admin
» ทดสอบระบบสร้างบล๊อก
<<อ่านบล๊อกทั้งหมด>>

15 July 2014
คู่มือการฝึกงาน ประจำภาคเรียน 1/2557
16 February 2012
คู่มือการเขียนโครงการวิชาการฝึกงาน
03 February 2012
แบบสรุปโครงการการเรียนรู้ของครูและนักศึกษาที่ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน
03 February 2012
แบบฟอร์มโครงการเรียนรู้ของครูและนักศึกษาที่ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน
11 January 2012
ระบบนำข่าว RSS ติดที่หน้า website ของท่าน
06 January 2012
ระเบียบการและใบสมัครเรียนภาคการศึกษาที่ 1/2555
17 November 2011
ตารางเรียนสาขาการจัดการทั่วไป
30 June 2011
ตารางเรียนสาขาการปกครองท้องถิ่น
14 December 2010
ตารางเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
14 December 2010
ตารางเรียนสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
<<ดูดาวน์โหลดทั้งหมด>>

วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์
วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์
เยี่ยมชมแล้ว: 479 ครั้ง

อากาศวันนี้

ราคาน้ำมันวันนี้

บุคคลทั่วไป: 1
สมาชิก:
ไม่มีสมาชิกออนไลน์


สมาชิกที่ลงทะเบียน: 140
สมาชิกใหม่: meaw_pj

ใช้งานวันนี้: 120
ออนไลน์: 1
ออนไลน์ สูงสุด: 15
สูงสุด ต่อวัน: 3615
เมื่อวาน: 888
เดือนนี้: 16248
ทั้งหมด: 610794
  • ประกาศปฐมนิเทศ
  • ประกาศผลปรับพื้นฐาน
  • รับสมัครนักศึกษาใหม่ 2557
  • แสดงความยินดี
  • ลงทะเบียน 1/2557
  • ตารางสอน 1/2557 รหัส 55..
  • ประกาศรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษา 1/2556
  • พรในหลวง2557'
  • อาลัยพระสังฆราช
  • เอกลักษณ์วิทยาลัยชุมชน
สาส์นจากผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร
ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นต่อวิทยาลัยและวิทยาลัยขอต้อนรับนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2557 ด้วยความยินดียิ่ง วิทยาลัยจะจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้นักศึกษาทุกคน เป็นคนดี คนเก่ง สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างราบรื่นและมีความสุข เพื่อจะนำความรู้มาพัฒนาชุมชน พัฒนาจังหวัดสมุทรสาครที่รักของเราให้เจริญก้าวหน้า สืบไป
วันศุกร์ที่ 18 กรกฏาคม 2557 ผอ.ได้นำบุคลากรร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติถวายราชสักการะสมเด็จพระศรีนครินทรา
ภาพกิจกรรมวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร
วันศุกร์ที่ 18 กรกฏาคม 2557 ผอ.ได้นำบุคลากรร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติถวายราชสักการะสมเด็จพระศรีนครินทรา

S__7397382.jpg

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพต่างๆ ในอัลบั้ม
เมื่อ: 22/07/2014 11:10
ภาพในอัลบั้ม: 9

อบรมเชิงปฏบัติการเรื่อง "การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ e-book"

DSCF0427.jpg

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพต่างๆ ในอัลบั้ม
เมื่อ: 15/07/2014 15:10
ภาพในอัลบั้ม: 9

วันที่ 9 ก.ค. 57 ร่วมตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ณ พุทธมณฑล จ.สมุทรสาคร

DSCF0460.JPG

คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพต่างๆ ในอัลบั้ม
เมื่อ: 09/07/2014 11:18
ภาพในอัลบั้ม: 11

คลิกชมอัลบั้มภาพทั้งหมด
 รู้มาเล่าไป : เป็นเจ้าของพลับ 1 ฤดูกาล
รู้มาเล่าไป : เป็นเจ้าของพลับ 1 ฤดูกาล : โดย...ดลมนัส กาเจ เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 17:00:45 GMT
 ไม้ดีมีประโยชน์ : 'เกี้ยวเกล้า' เด่นช่อดอก
ไม้ดีมีประโยชน์ : 'เกี้ยวเกล้า' เด่นช่อดอก : โดย...นายสวีสอง เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 17:00:43 GMT
 'มีดโบราณ' บ้านหนองม่วง งานทำมือสู่สินค้า 'โอท็อป'
ทำมาหากิน : 'มีดโบราณ' บ้านหนองม่วง งานทำมือสู่สินค้า 'โอท็อป' : โดย...สำรวม บุญล้น เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 17:00:11 GMT
 ปลาหมอไทย 'ชุมพร1' เงินล้าน ความสำเร็จ 'สุเทพ ปั่นติวงศ์'
เกษตรกรคนเก่ง : ปลาหมอไทย 'ชุมพร1' เงินล้าน ความสำเร็จ 'สุเทพ ปั่นติวงศ์' : โดย...ดลมนัส กาเจ เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 17:00:05 GMT
 ระเบิดดินดาน 'เพิ่มผลผลิต' เกษตรกรผู้ปลูกมัน
ทำมาหากิน : ใช้ 'เครื่องจักรกล' ระเบิดดินดาน 'เพิ่มผลผลิต' เกษตรกรผู้ปลูกมัน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ เมื่อ: Mon, 21 Jul 2014 17:00:25 GMT
ขอขอบคุณข่าว จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่มา:http://www.komchadluek.net/rss/scienceit.xml คลิกอ่านข่าวเกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอทีทั้งหมด
 ร้องดีเอสไอสอบทุจริตผลิตยาองค์การเภสัชกรรม

ร้องดีเอสไอสอบทุจริตผลิตยาองค์การเภสัชกรรม การทุจริตก่อสร้างโรงงานผลิตยาย่านรังสิต ถูกตรวจสอบโดยเครือข่าย 8 องค์กรสุขภาพ วันนี้ (22 ก.ค.2557) พวกเขาตัวไปยื่นเรื่องต่อดีเอสไอ ให้ตรวจสอบผู้บริหารขององค์การเภสัชกรรม เมื่อพบข้อมูลว่า องค์การเภสัชกรรมจะจ้างบริษัทที่เสนอราคาสูงและยังเคยถูกยกเลิกสัญญาจ้างไปแล้ว

ตัวแทนเครือข่าย 8 องค์กรด้านสุขภาพ นำเอกสาร หลักฐาน ยื่นต่อ พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจน์นิรันดร์กิจ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ดีเอสไอ เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นายแพทย์พิพัฒน์ ยิ่งเสรี อดีตประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม และนายแพทย์สุวัช เซียศิริวัฒนา ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ที่ส่อทุจริต ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ

โดยเฉพาะกรณีก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิต มูลค่า 512 ล้านบาท ที่เริ่มก่อสร้างในเดือนกันยายน 2552 โดยว่าจ้างกิจการร่วมค้า แอสคอน ทากาซาโก้ แต่ไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด จึงยกเลิกสัญญาในเดือนพฤษภาคม 2556

จากนั้นได้จัดทำทีโออาร์ จัดหาผู้ว่าจ้างรายใหม่ ซึ่งขั้นตอนนี้เครือข่ายฯ อ้างว่า พบความผิดปกติ เนื่องจากคณะกรรมการกำหนดราคากลางส่วนก่อสร้างที่เหลือไว้ที่กว่า 48 ล้านบาท มี 3 บริษัทที่ยื่นเสนอราคา ในจำนวนนี้พบกิจการร่วมค้าของบริษัทที่เคยถูกยกเลิกสัญญา ในชื่อ บริษัท ไทยทากาซาโก้ จำกัด เข้ายื่นประมูลด้วย แต่เป็น บริษัท แอร์พลัส แอพพลาย จำกัด ที่เสนอราคาต่ำสุด 42 ล้านบาท และได้รับอนุมัติว่าจ้าง

แต่องค์การเภสัชกรรมกลับขอยกเลิกจัดจ้างบริษัทแอร์พลัส แอพพลาย โดยอ้างปรับเปลี่ยนทีโออาร์การรับประกันงานก่อสร้างและพยายามจะจัดจ้าง บริษัท ไทยทากาซาโก้ ที่เสนอราคาสูงกว่า โดยไม่พิจารณาข้อท้วงติงจากหลายหน่วยงาน

เครือข่าย 8 องค์กรสุขภาพ ยังขอให้ ดีเอสไอ เร่งรัดตรวจสอบกรณีโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ อ.ทับกวาง จ.สระบุรี ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ แม้ที่ผ่านมาจะถูกใช้เป็นเหตุผลปลดนายแพทย์วิฑิต อรรถเวชกุล อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม แต่ผู้บริหารชุดใหม่กลับไม่เร่งรัดดำเนินการ หลายฝ่ายจึงเป็นห่วงว่า การหยุดชะงักในเรื่องนี้ จะกระทบถึงความมั่นคงทางสุขภาพในอนาคต หากเกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่ และขณะนี้หลายประเทศที่ให้ความร่วมมือได้ขอถอนตัว จากความขัดแย้งดังกล่าว

ล่าสุดเครือข่าย 8 องค์กรสุขภาพ ได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. พิจารณาแต่งตั้งบอร์ดองค์การเภสัชกรรม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งเดียวของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทันที โดย สคร. เตรียมนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาในอนุกรรมการ ที่มีหน้าที่เสนอความเห็น และคัดสรรผู้ที่เหมาะสม เข้าทำหน้าที่บอร์ดองค์การเภสัชกรรม เพื่อเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พิจารณาแต่งตั้งต่อไป


 เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 13:40:10 +0000
 องค์กรเพื่อสุขภาพยื่นดีเอสไอตรวจสอบการก่อสร้างโรงงานผลิตยา

องค์กรเพื่อสุขภาพยื่นดีเอสไอตรวจสอบการก่อสร้างโรงงานผลิตยา เครือข่าย 8 องค์กรด้านสุขภาพยื่นหลักฐานต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ตรวจสอบการก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิตที่ส่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน ขณะที่ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ เตรียมพิจารณารับไว้เป็นคดีพิเศษ หลังพบว่ามีความผิดปกติในวิธีปฏิบัติ

เครือข่าย 8 องค์กรด้านสุขภาพยื่นเอกสารหลักฐานต่อ พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจน์นิรันดร์กิจ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ดีเอสไอ ให้ตรวจสอบคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม และผู้เกี่ยวข้อง โดยอ้างถึงพฤติกรรมของ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี อดีตประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม และ นพ.สุวัช เซียศิริวัฒนา ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐกรณีการก่อสร้างโรงงานผลิตยารังสิตในหลายประเด็น เช่น พบการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แม้ว่าบริษัทแห่งนี้จะผิดสัญญาการว่าจ้าง จนนำไปสูการยกเลิกสัญญาในฐานะผู้ทิ้งงาน แต่กรรมการจัดจ้าง องค์การเภสัชกรรมยังคงเลือกบริษัทดังกล่าวเข้ามารับงานอีกครั้ง รวมถึงกรณีจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องจักร ราคาแพง แต่ด้วยการก่อสร้างล่าช้า ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ เสื่อมสภาพ เพราะไม่ใช้งาน และในเดือนตุลาคมนี้ องค์การเภสัชกรรมยังมีแผนปรับปรุงโรงงานผลิตยา พระราม 6 ทั้งที่โรงงานรังสิตยังมีปัญหา จึงจะส่งผลต่อการผลิตยาในภาพรวม ทำให้ผู้ป่วย และโรงพยาบาลทั่วประเทศเกิดปัญหายาขาด

ส่วนปัญหาก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ อ.ทับกวาง จ.สระบุรี ซึ่งเป็นเหตุผลให้ปลด นพ.วิฑิต อรรถเวชกุล อดีตผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม แต่จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 1 ปี นพ.สุวัช ยังไม่สามารถเร่งรัดให้การก่อสร้างมีความคืบหน้า โดยตัวแทนเครือข่ายฯ มองว่ากรณีที่ดังกล่าวจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะจะกระทบโดยตรงต่อประชาชนทั้งประเทศที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพ

ด้านผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ เตรียมเชิญตัวแทนเครือข่ายมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ แต่เบื้องต้นเห็นว่าตามข้อมูลที่อ้างถึง พบความผิดปกติในวิธีปฏิบัติหลายขั้นตอน


 เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 07:00:59 +0000
 สัมภาษณ์สด "นพ.ถาวร สกุลพาณิชย์" -ประชาชนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล

สัมภาษณ์สด ผอ.สวปก.ยันแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายมีอยู่แล้วของทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ แต่เป็นแผนระยะยาว และไม่ให้กระทบคนจน โดยใช้เส้นความยากจนเป็นเกณฑ์ พร้อมต้องมีการวางกฎเกณฑ์รองรับให้พร้อมก่อน เช่น ภาษีทางร่วม-เงินออมระยะยาว

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการที่ให้ประชาชนซึ่งใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ บัตรทอง ร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือ โคเพย์ เป็นเพียงประเด็นการหารือระหว่างคสช.กับ กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดยยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ออกมา อย่างไรก็ตามเมื่อมีกระแสข่าวนี้แพร่ออกมาก็มีเสียงคัดค้านผ่านทางโลกสังคมออนไลน์ทันที ขณะที่บางส่วนก็เห็นด้วยกับความจำเป็นที่ต้องมีการเรียกเก็บเพื่อลดค่าใช้จ่ายภาครัฐและจะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรักษาพยาบาลเกินความจำเป็น แต่ก็ควรเป็นอัตราสัดส่วนที่น้อยกว่านี้ หรือไม่ก็ควรจะยกเว้นเก็บคนที่มีฐานะยากจน ดังนั้นเรื่องการของปฏิรูประบบสุขภาพของคนไทยควรจะเป็นทิศทางไหน 3กองทุนสุขภาพที่มีอยู่ ดีเพียงพอหรือไม่ การบริหารจัดการที่ผ่านมามีอะไรต้องแก้ไขปรับปรุง

นพ.ถาวร สกุลพาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (หรือ สวปก.) กล่าวว่าถ้าย้อนดู เรื่องนี้เริ่มต้นมาก่อนนพ.สงวน นิตยารัมพงศ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)จะมาเป็นผู้ดูแล สปสช. ซึ่งเป็นแนวคิดที่คิดร่วมกันมาจากประชาชนไทย นักวิชาการ และบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข ว่าประเทศไทยควรจะมีหลักประกันสุขภาพครอบคลุมทุกคน ย้อนไปสู่สมัยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 5 ซึ่งนพ.สงวน ก็เป็นหนึ่งในหัวหน้าทีมที่ผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น

"เป็นความสุกงอมทางความคิดของประชาชนไทย จนกระทั่งไปอยู่ในแนวคิดของรัฐธรรมนูญ แล้วพรรคการเมืองจึงเข้ามาสนับสนุนภายหลัง ซึ่งในตอนแรกมีการแบ่งสัดส่วนว่าชาวบ้านจะต้องเข้ามารับผิดชอบตัวเองที่จุดไหน สังคมควรจะเข้ามาช่วยแค่ไหน"

นพ.ถาวร กล่าวอีกว่า เรื่องของการร่วมจ่ายมี 2 ลักษณะ คือลักษณะที่ 1 ให้ประชาชนรู้สึกว่ามีความเจ้าของเงินที่จ่ายไป และไม่ใช้เกินความจำเป็น และลักษณะที่ 2 เป็นการร่วมจ่ายในฐานะที่บอกว่าเป็นสัดส่วนที่เจ้าตัว (ประชาชน) จะต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่ทั้งหมดที่สังคมจะต้องมารับผิดชอบให้ ในความเป็นจริง ตอนเริ่มต้น พรรรคการเมืองที่สนับสนุนแนวคิดนี้ ได้เสนอร่วมจ่าย 30 บาท เพื่อให้ประชาชนไม่ใช้บริการเกินความจำเป็น แล้วก็คิดว่าจะมีการให้จ่ายเป็นคล้ายๆเบี้ยประกัน หรือเงินสมทบเป็นรายเดือน ประมาณเดือนละ 100 บาท แต่ตอนหลังมีการเปลี่ยนนโยบายเอาแค่ จ่าย 30 บาท ทั้งๆที่ ที่จริง แนวคิดการร่วมจ่ายมีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

อนึ่งหลักเกณฑ์ที่ทำมา มีความต้องการอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกให้ร่วมจ่ายเพื่อลดไม่ให้ประชาชนใช้บริการเกินความจำเป็น ทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าต้องมีบ้าง แต่ต้องไม่เป็นภาระประชาชนมากเกินไป ส่วนที่สองที่บอกว่าจะให้มีเงินเพียงพอมาช่วย ไม่ให้เป็นภาระกับรัฐบาลมากเกินไป

"ที่เคยทำวิจัยมา คนไทยมีรายได้น้อยจำนวนมาก ถ้าเก็บแบบนี้ ประชาชนจะยังรับไม่ได้ เพราะคนจนยังมีเยอะ ดังนั้นเคยคำนวณแล้วว่าเงินที่ได้มาจะไม่ได้มากเท่าไร แต่ระยะยาวถ้าคนไทยรวยขึ้นอาจจะค่อยเป็นค่อยไปที่จะร่วมจ่าย" นพ.ถาวร กล่าว

นพ.ถาวร กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องมาช่วยกัน มีคนพยายามทำให้เข้าใจผิดว่า ของฟรี แต่ของฟรีไม่มีในโลก แต่มาจากเงินภาษี ซึ่งก็เป็นเงินของเราอยู่ดี กรณีที่คนมองว่าจ่ายภาษีอยู่แล้ว ทำไมต้องมาจ่ายอีก ก็พูดให้ชัดว่าเป็นวิวาทะของคนที่ต้องจ่ายเงิน 2 ส่วน คือประกันสังคม และทั้งภาษี จึงคิดว่าอาจจะถึงเวลาต้องมาคุยกันใหม่ ว่าจะปรับระบบอย่างไร ทุกๆ กลุ่มจะต้องมาร่วมกันจ่ายโดยตรงไหม ส่วนของภาษีทางร่วมก็ว่ากันไป

ในกลุ่มของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามีการใช้เงิน สถิติที่เราดูคนไทยยังไม่ได้ใช้บริการมากเกินความจำเป็น พอคนเราเดินไม่ค่อยได้ พอเดินได้ก็ต้องการอะไรที่มากขึ้น คนอยากได้คุณภาพที่ดีขึ้น จึงต้องมีการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาล ดังนั้นจึงต้องมองว่าเงินจะพอไหมที่จะจัดการเรื่องนี้

ทั้งนี้จากงานวิจัยที่ทำร่วมกับทีดีอาร์ไอ เมื่อดูไปที่ภาวะเศรษฐกิจของไทยโดยเฉลี่ยประเทศไทย เศรษฐกิจน่าจะเติบโตได้ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็ค่อยๆขยายระบบได้ ก็ไม่ถึงเป็นภาระมาก อย่างวันนี้ในส่วนของภาครัฐก็มีการใช้เงินประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ ของจีดีพี รวมของเอกชนด้วยรวมแล้วก็ประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ซึ่งถือว่าต่ำในภาพรวม

ส่วนที่ว่าการร่วมจ่าย จะมีการเริ่มเก็บเงินจากคนกลุ่มไหน นพ.ถาวรกล่าวว่าการร่วมจ่ายต้องดูภาพรวม ทำกลุ่มเดียวไม่ได้ ปัญหาที่เราเริ่มเก็บเงินร่วมจ่ายในอัตราสูง มีผลกระทบด้วยกันหมดทุกกลุ่ม เพราะทุกกลุ่มมีคนที่รายได้น้อย เพราะฉะนั้นต้องมีระบบรองรับ ถ้าจะมีการร่วมจ่าย จะมีจัดระบบยังไง เงินออมส่วนบุคคลทางด้านสุขภาพที่จะต้องเพิ่มขึ้นมาก็มีคนพูดถึง

สำหรับช่องทางการร่วมจ่ายที่เหมาะสมสำหรับคนไทย ส่วนที่ 1 เห็นพ้องต้องกันให้ลดค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็นมีอยู่แล้ว ส่วนที่ 2 ถ้าจะเป็นการร่วมจ่ายจำนวนมากเพื่อแบ่งภาคส่วนที่สังคมต้องรับผิดชอบ และส่วนของตนรับผิดชอบ ก็มีงานวิจัยอยู่ว่าต้องทำอย่างไร โดยใช้เส้นความยากจนเป็นหลัก ดูง่ายๆ ว่าจ่ายถึงขั้นที่คนจนไปแล้วก็ไม่ควรจะเป็น ก็ใช้ตัวเลขนี้มาในการคำนวณก็มีอัตราอยู่ที่ 1,000 ล้าน น้อยมาก เพราะวันนี้ต้องใช้เป็นแสนล้าน แต่อนาคตหากคนไทยมีรายได้สูงขึ้น ก็ค่อยเก็บมากขึ้น เป็นเรื่องระยะยาว แต่ต้องเริ่มวางแผนวันนี้ เพราะมีกระบวนการออม กระบวนการภาษี จะต้องใช้เวลา 5 ปี 10 ปี

ส่วนการยกระดับมาตรฐาน 3 กองทุน กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแนวคิดนี้อยู่แล้ว แต่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม เป็นเรื่องต้องมาคุยกันว่าจะเอาเงินใส่ระบบอย่างไร 


 เมื่อ: Tue, 15 Jul 2014 03:26:01 +0000
 สัมภาษณ์สด "นพ.ถาวร สกุลพาณิชย์" -ประชาชนร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล

สัมภาษณ์สด

ผอ.สวปก.ยันแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายมีอยู่แล้วของทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ แต่เป็นแผนระยะยาว และไม่ให้กระทบคนจน โดยใช้เส้นความยากจนเป็นเกณฑ์ พร้อมต้องมีการวางกฎเกณฑ์รองรับให้พร้อมก่อน เช่น ภาษีทางร่วม-เงินออมระยะยาว  


 เมื่อ: Tue, 15 Jul 2014 03:24:59 +0000
 สธ.ยืนยันไม่มีมติให้ปชช.ร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล

สธ.ยืนยันไม่มีมติให้ปชช.ร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่มติที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอคสช.โดยเตรียมแถลงข่าวการปฏิรูประบบการเงินการคลังของกระทรวงสาธารณสุขวันนี้ (15 ก.ค. 2557)

นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ไม่เคยมีแนวคิดให้ประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยเป็นเพียงข้อเสนอที่มีผู้แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมเท่านั้นดังนั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่มติที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ คสช.แต่อย่างใด

พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญประธาน สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ในฐานะตัวแทนประชาคมสาธารณสุข กล่าวว่า ในวันนี้ ประชาคมสาธารณสุขกว่า 200 คน จะมีการหารือถึงประเด็นการร่วมจ่าย โดยขอยืนยันว่าประเด็นร่วมจ่ายเป็นเรื่องที่คนในแวดวงและกลุ่มคัดค้านทราบดีว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ไม่ใช่สัดส่วนมากมายขนาดนี้ และไม่ควรเก็บเงินกับคนฐานะยากจนหรือคนที่มีข้อยกเว้นเช่น เด็ก ผู้สูงอายุ แต่ให้เก็บในกลุ่มคนวัยทำงานที่สามารถจ่ายได้ ซึ่งหากมีการร่วมจ่ายในกลุ่มที่จ่ายได้จะส่งผลให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือสถานีอนามัย สามารถอยู่ได้ โดยมีเงินหมุนเวียนจ่ายค่าน้ำค่าไฟ

ด้านนพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า สถานการณ์ประเทศไทยในขณะนี้ต้องพิจารณาเรื่องการร่วมจ่ายเพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบรักษาพยาบาล ซึ่งค่าใช้จ่ายที่รัฐแบบรับในระบบประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นทุกปี จึงน่าเป็นห่วงกับสถานการณ์ในอนาคตอีก 5-10 ปีข้างหน้านี้ กับภาระทีรัฐต้องดูแล ดังนั้นจึงเห็นว่าควรกำหนดให้ประชาชนร่วมจ่ายโดยไม่เดือดร้อน

ด้านนายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี เอดส์ประเทศไทย ในฐานะตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า การร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นเรื่องที่ต้องทำ โดยขอสนับสนุนให้ทดลองทำกับระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการก่อน


 เมื่อ: Tue, 15 Jul 2014 02:31:46 +0000
ขอขอบคุณข่าว จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่มา:http://news.thaipbs.or.th/rss/healthnews.xml คลิกอ่านข่าวสาธารณสุขและสุขภาพทั้งหมด
 คสช.เตรียมอนุมัติโครงการเมกะโปรเจกต์ เฟสแรก

คสช.เตรียมอนุมัติโครงการเมกะโปรเจกต์ เฟสแรก กระทรวงคมนาคมมั่นใจลงทุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวดเร็ว และโปร่งใส หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.สั่งติดตามโครงการตั้งแต่ขั้นตอนร่างหลักเกณฑ์ประมูล หรือ ทีโออาร์ ขณะที่ คสช.เตรียมอนุมัติกรอบยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย

ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมเสนอกรอบยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย ระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2558-2565 โดยเน้นให้บรรจุโครงการที่มีความพร้อม และสามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายใน 4 ปี ซึ่งขณะนี้ ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะมีโครงการใดบ้าง และวงเงินรวมเท่าไหร่

นางสร้อยทิพย์ กล่าวอีกว่า แม้เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ แต่เชื่อว่าจะไม่ติดขัดเงื่อนไขเวลาในการจัดทำประเมินผลกระทบทางสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เพราะกระทรวงฯ ประสานข้อมูลโครงการที่มีความพร้อมเสนอกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด หากได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติก็พร้อมดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ควบคู่กับการดำเนินโครงการอย่างโปร่งใส หลัง คสช.สั่งปรับวิธีทำงาน โดยมีระบบติดตามตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการออกหลักเกณฑ์การประมูล หรือ ทีโออาร์

ก่อนหน้านี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.เสนอแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2558-2565 วงเงิน 2.4 ล้าน ล้านบาท แบ่งเป็นยุทธศาสตร์ 5 ด้าน เช่น ยุทธศาสตร์ระบบราง ซึ่งจะเน้นปรับปรุงราง และเดินหน้ารถไฟรางคู่ 2 เส้นทางจากแผนเดิม 5 เส้นทาง, ยุทธศาสตร์ ขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะดำเนินโครงการรถไฟฟ้า, ยุทธศาสตร์ด้านถนนทั้งมอเตอร์เวย์ และขยายถนน, ยุทธศาสตร์ทางน้ำ และอากาศ


 เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 07:02:06 +0000
 คาดย้ายสถานีขนส่งจตุจักรได้ทั้งหมดภายใน 4 ปี

คาดย้ายสถานีขนส่งจตุจักรได้ทั้งหมดภายใน 4 ปี ปลัดกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งจัดทำกรอบเวลาการย้ายสถานีขนส่งจตุจักร เบื้่องต้นคาดว่าจะย้ายออกทั้งหมดภายใน 4 ปี

การรถไฟแห่งประเทศไทย, ขสมก. และ บขส. จะเร่งจัดทำกรอบเวลาการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ หรือ จตุจักร และสรุปแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินของ ร.ฟ.ท. ในพื้นที่บริเวณย่านพหลโยธิน ต่อคณะกรรมการพิจารณาพื้นที่ และเพื่อให้การรถไฟฯ นำไปปรับแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงด้วย

ด้าน บขส. ระบุพร้อมเดินหน้าแผนย้ายภายใน 2 สัปดาห์ หากคสช.อนุมัติ เพราะจัดทำแผนพร้อมอยู่แล้ว ขณะที่การรถไฟฯ ระบุว่าหากรายละเอียดทุกอย่างชัดเจน อาจจะไม่กระทบต่อการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง เนื่องจากสามารถเจรจากับผู้รับเหมาได้ และคาดว่าจะย้ายออกทั้งหมดไม่เกินปี 2561 หรือ ภายใน 4 ปี
 


 เมื่อ: Mon, 21 Jul 2014 10:19:47 +0000
 คาดย้ายสถานีขนส่งจตุจักรได้ทั้งหมดภายใน 4 ปี

คาดย้ายสถานีขนส่งจตุจักรได้ทั้งหมดภายใน 4 ปี

ปลัดกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งจัดทำกรอบเวลาการย้ายสถานีขนส่งจตุจักร เบื้่องต้นคาดว่าจะย้ายออกทั้งหมดภายใน 4 ปี 


 เมื่อ: Mon, 21 Jul 2014 10:18:45 +0000
 รายได้จัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย 1.6 แสนล้านบาท

รายได้จัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย 1.6 แสนล้านบาท กระทรวงการคลัง เสนอโครงสร้างภาษีให้ คสช.พิจารณาอนุมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ขณะที่การจัดเก็บภาษีปีนี้ ต่ำกว่าเป้าหมายกว่า 100,000 ล้านบาท

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การจัดเก็บภาษีทั้ง กรมสรรพากร, กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ในปีงบประมาณ 2557 ต่ำกว่าเป้าหมาย 160,000 ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 1,890,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันได้หารือกับทั้ง 3 กรมดังกล่าว เพื่อปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษี และนำเสนอต่อ คสช. พิจารณาอนุมัติแล้ว โดยจะไม่ให้กระทบกับประชาชน และยังได้เสนอลดภาษีนิติบุคคลร้อยละ 20 ด้วย ปลัดกระทรวงการคลังระบุด้วยว่า สถานะการเงินของประเทศ ยังมีความเข้มแข็งทางการเงิน โดยมีเงินคงคลังอยู่ที่ 380,000 ล้านบาท


 เมื่อ: Mon, 21 Jul 2014 08:17:48 +0000
 ต้นทุนการปลูกข้าวชาวนายังสูง

ต้นทุนการปลูกข้าวชาวนายังสูง ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาคสช. ประกาศขอความร่วมมือลดต้นทุนการเพาะปลูกให้กับชาวนา ทั้งปุ๋ย,ยาปราบศัตรูพืช รวมถึงค่าเช่าที่ และรถเกี่ยวข้าว แต่จนถึงขณะนี้ มีปัจจัยผลิตบางอย่างเท่านั้นลดลง ต้นทุนการเพาะปลูกของข้าวของชาวนาก็ยังคงสูง

 


 เมื่อ: Sun, 20 Jul 2014 13:03:19 +0000
ขอขอบคุณข่าว จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่มา:http://news.thaipbs.or.th/rss/economic.xml คลิกอ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด
 กกท.ยันดำเนินการเกี่ยวกับสมาคมยิงปืนฯ ถูกต้องตามกฎหมาย

กกท.ยันดำเนินการเกี่ยวกับสมาคมยิงปืนฯ ถูกต้องตามกฎหมาย นายมนตรี ไชยพันธุ์ รักษาการผู้ว่า กกท. ยืนยันว่า กกท.ดำเนินการเกี่ยวกับสมาคมยิงปืนเเห่งประเทศไทย ถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน เเละจัดสรรงบประมาณเตรียมทีมนักกีฬาไว้หมดเเล้ว พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบการบริหารได้อย่างเต็มที่

นายมนตรี ไชยพันธุ์ รักษาการผู้ว่าการการกีฬาเเห่งประเทศไทย หรือ กกท. มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการหยิบยกมาอ้างเพียงด้านเดียว จึงเรียกร้องให้ นายอธิปรัฐ หรือบุคคลใดที่มีข้อสงสัยในการบริหารงานของ กกท. สามารถเข้าสอบถามหรือชี้เเจงร่วมกันแบบเปิดเผย เนื่องจาก กกท.ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน

รักษาการผู้ว่า กกท. ยืนยันว่า ปัญหาการรับรองตำแหน่งนายกสมาคมยิงปืน ต้องดำเนินการเลือกตั้งใหม่ตามระเบียบขั้นตอนของ พ.ร.บ.กีฬา ที่ได้รับการเห็นชอบเเละรับรองโดย กกท.ตั้งเเต่เริ่มต้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งประธานคัดเลือกนักกีฬายิงปืน ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่สามารถทำงานช่วยเหลือนักกีฬาได้อย่างเต็มที่อยู่เเล้ว

เบื้องต้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นผู้ดูเเลนักกีฬา 10 คน ในการสนับสนุนเบี้ยเลี้ยง, ที่พัก เเละค่าเครื่องกระสุน ซึ่งอยู่นอกโควต้าของ กกท. ส่วน กกท.ดูเเลนักกีฬาในโควต้าตามหลักเกณฑ์การติดทีมชาติไทยจำนวน 19 คน โดยนักกีฬาทั้ง 2 ส่วนเตรียมลงเเข่ง 3 รายใหญ่ในปีนี้ คือ ยูธโอลิมปิกเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ เเละชิงเเชมป์โลก เพื่อคัดโควต้าโอลิมปิกเกมส์


 เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 13:26:58 +0000
 อดีตนายกสมาคมยิงปืนร้องกกท.ดูแลจัดสรรงบประมาณ

อดีตนายกสมาคมยิงปืนร้องกกท.ดูแลจัดสรรงบประมาณ นายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ อดีตรักษาการนายกสมาคมยิงปืนเเห่งประเทศไทย เรียกร้องให้การกีฬาเเห่งประเทศไทย หรือ กกท. เข้ามาดูเเลสมาคมยิงปืนในการจัดสรรงบประมาณเก็บตัวฝึกซ้อม รวมทั้งการจัดซื้อเครื่องกระสุนสำหรับนักกีฬาให้ทันท่วงที

วันนี้ (22 ก.ค.57) ที่สมาคมยิงปืนเเห่งประเทศไทย นายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ อดีตรักษาการนายกสมาคมยิงปืนเเห่งประเทศไทย ชี้เเจงปัญหาต่อสื่อมวลชน ในการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อมล่าช้า รวมถึงปัญหาในการซื้อเครื่องกระสุนปืน โดยบอกว่า การที่ กกท.ไม่รับรองพลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นนายกสมาคม ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการเตรียมทีมนักกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ที่จีน ในเดือนสิงหาคม รวมทั้งรายการชิงเเชมป์โลกเเละเอเชี่ยนเกมส์ ที่อินชอน เกาหลีใต้ ในเดือนกันยายน

สำหรับประเด็นนี้ออม เอกคทา อัตตนนท์ นักกีฬายิงปืนเจ้าของเหรียญทองกีฬาเเห่งชาติ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ในประเภทปืนสั้นยิงเร็ว ที่มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์เป็นครั้งเเรก ใน 2 ประเภท เชื่อว่า ปัญหาความขัดเเย้งทั้งหมดจะคลี่คลายลง หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เจรจาพูดคุยกันด้วยเหตุเเละผล

เบื้องต้นเอกคทา นักกีฬายิงปืนชุดเอเชียนเกมส์ ที่ส่งเเข่งโดย กกท. ได้เริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมตั้งเเต่วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม ซึ่งนักกีฬานำเงินส่วนตัวสำรองจ่ายค่าเครื่องกระสุนซ้อมล่วงหน้า

ขณะที่ระเบียบกกท. ต้องจ่ายค่ากระสุนซ้อมชนิดดีที่สุด นัดละ 15 บาท จำนวน 200 นัด ต่อ 1 ประเภทในเเต่ละวัน เเละจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง วันละ 900 บาท ต่อคน ซึ่งต้องหักค่าที่พักอีก 300 บาท ที่จัดไว้ที่อาคาร 300 เตียง ขอ งกกท.

 


 เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 13:19:50 +0000
 "ก้อย"รุ่งระวี เตรียมขอโทษ "โค้ชเช"

 น้องก้อย รุ่งระวี ขุระสะ ประกาศจะเดินทางไปขอโทษ โค้ช เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทยชาวเกาหลีใต้ที่สมาคมเทควันโดในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.2557) พร้อมขอโอกาสในการเข้าแคมป์ทีมชาติอีกครั้ง ซึ่งสมาคมไม่ติดใจ พร้อมยืนยันให้โอกาสน้องก้อยแน่นอน

ความเคลื่อนไหวของประเด็นข่าวฉาวระหว่าง น้องก้อย รุ่งระวี ขุระสะ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย กับ เช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวเกาหลีใต้ มีสถานการณ์ที่คลี่คลายขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเมื่อวานนี้ (21 ก.ค.2557) โค้ชเชแถลงข่าวพร้อมให้อภัยน้องก้อยไปแล้ว

ล่าสุดในวันนี้ (22 ก.ค.2557) น้องก้อย รุ่งระวี ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัทพ์กับทีมข่าวกีฬาไทยพีบีเอสว่า หลังจากได้ชมข่าวของโค้ชเชตามสื่อต่าง ๆ ก็ทำให้เข้าใจความรู้สึก และสิ่งที่โค้ชเชได้ทำมากยิ่งขึ้น ประกอบกับได้หารือกับสมาคมว่า หลังจากนี้หากมีการลงโทษนักกีฬาหญิง สมาคมจะกำหนดให้โค้ชสามารถลงโทษในจุดที่ต่ำกว่าหัวไหล่ลงไปเท่านั้น จึงรู้สึกสบายใจมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ถูกกระแสสังคมโจมตีอย่างหนัก

ในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.2557) ตั้งใจว่าจะนำดอกไม้ เดินทางไปที่สมาคมเทควันโดในเวลา 15.00 น. เพื่อกล่าวคำว่า ขอโทษ กับโค้ช เช ยอง ซอก และทุก ๆ คน กับเหตุการณ์ที่ตัวเองได้ให้ข่าวผ่านสื่อ และตระเวนออกรายการทีวี กล่าวหาว่าโค้ชลงโทษรุนแรงเกินกว่าเหตุ นอกจากเดินทางไปขอโทษโค้ช เช แล้ว น้องก้อย ยังเปิดเผยว่า จะขอโอกาสเข้าฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติไทยต่อไป ตามที่สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย และโค้ช เช ยอง ซอก ได้ให้โอกาส ติดเป็น 1 ใน 20 นักกีฬาชุดเตรียมเอเชี่ยนเกมส์ ที่อินชอน ประเทศเกาหลีใต้

ส่วนท่าทีของสมาคมเทควันโดฯ นายปรีชา ต่อตระกูล อุปนายกสมาคม เปิดเผยว่า การที่น้องก้อยจะมาขอโทษ โค้ช เช ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับวงการกีฬาไทย อย่างน้อยกระแสโจมตีทางสังคมที่น้องก้อยได้รับก็น่าจะเบาและจบลงได้ การยอมขอโทษ โค้ช เช ก็เปรียบได้กับ นักเรียนขอโทษครูอาจารย์ เมื่อเข้าใจผิดก็ปรับความเข้าใจกันใหม่ได้ และพร้อมรับน้องก้อยเข้าสู่ทีมชาติ เพื่อพิสูจน์ฝีมือตัวเองต่อไป


 เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 13:15:39 +0000
 "คาร์ลอส ดุงกา"เตรียมหวนคุมทีมชาติบราซิล

สหพันธ์ฟุตบอลบราซิลเตรียมประกาศการแต่งตั้ง เมื่อ: Tue, 22 Jul 2014 06:46:59 +0000

 

Thai)
Released as free software without warranties under GNU Affero GPL v3.
ออกแบบโดย: นักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจรุ่น 3 จบปีการศึกษาที่ 1/2554
บริการเว็บโฮสติ้งโดย: หจก. สบายเน็ตเวิร์ค
เพจนี้แสดงผลในเวลา: 0.74 วินาที

วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร
เลขที่ 101 หมู่ 9 บ้านกระซ้าขาว ตำบลบ้านบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 74000
โทรศัพท์. 034 450 001-2 โทรสาร. 034 450 003
Copyright © 2011 Samutsakhon Community College All Right Reserved.
2,503,143 ผู้เยี่ยมชม